ถั่งเช่าคอร์ดี้ไทย สิทธิบัตร ม.เกษตร สูตรสำหรับสุภาพบุรุษ (Cordythai for HIM) และสูตรสำหรับสุภาพสตรี (Cordythai for HER)สายด่วนโทร Tel : 089-770-4429 หรือ Line @cordythaishop ผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าคอร์ดี้ไทย CORDYTHAI งานวิจัย มาตรฐานระดับสากล


ถั่งเช่าบำรุงไต

ไตเป็นอวัยวะที่มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วแดงอยู่ส่วนล่างของช่องท้อง เป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะหน้าที่ซึ่งเด่นชัดมากที่สุดของไต คือ กรองเอาของเสีย น้ำ และเกลือแร่ส่วนเกินจากเลือดที่ไหลผ่านไป แล้วขับออกในรูปของปัสสาวะ ทำให้เกิดการรักษาสมดุลระหว่างน้ำกับเกลือแร่ในร่างกาย ไตจะขับของเสีย เช่น ยูเรียและแอมโมเนียม และยังทำหน้าที่ดูดน้ำ กลูโคสและกรดอะมิโนกลับ นอกจากนั้นไตยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ ด้วย เช่น การกระตุ้นวิตามินดี (vitamin D) เพื่อช่วยควบคุมระดับแคลเซียมในร่างกาย การสร้างฮอร์โมนอีริโทรพอยอิทิน (erythropoietin) เพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และการหลั่งเอนไซม์เรนิน (renin) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิต ดังนั้น จะสังเกตได้ว่าหากไตทำงานน้อยลงมักเกิดปัญหาความดันโลหิตสูงและโลหิตจางร่วมด้วย

ทางมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทยได้รวบรวมปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตไว้ดังนี้คือ
1. กรรมพันธุ์ โรคไตบางชนิดเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ เช่น โรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease) ที่มีทั้งแบบที่เกิดกับทารกซึ่งมักจะทำให้เด็กเสียชีวิตตั้งแต่เกิด และแบบที่เกิดกับผู้ใหญ่ที่จะพบความผิดปกติเมื่ออายุ 20-30 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคไตจากกรรมพันธุ์ก็พบน้อยมากแต่ถ้ามีใครคนหนึ่งในครอบครัวเป็นโรคไตขึ้นมาโอกาสที่เครือญาติพี่น้องจะเป็นด้วยก็มีสูงถึง 90% ดังนั้นในครอบครัวที่มีประวัติเป็นโรคไต จำเป็นที่จะต้องไปตรวจสุขภาพกันทั้งครอบครัว
2. โรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงจะส่งผลกระทบต่อไตด้วย หากเป็นนานๆ ไตก็เสื่อมลง จนถึงขั้นไตวายเรื้อรัง ผู้ที่เป็นไตวายเรื้อรัง ราว 30-50% ล้วนเกิดจากมีความดันโลหิตสูงทั้งสิ้น และในทำนองเดียวกันคนที่เป็นโรคไตบางชนิดก็อาจเป็นโรคความดันโลหิตสูงตามมาเช่นกัน
3. โรคเบาหวาน ถือเป็นสาเหตุของโรคไตวายเรื้อรัง เพราะผู้ที่เป็นเบาหวานมานานแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่หลอดเลือดของไตทำให้มีสารแขวนลอยปนออกมากับปัสสาวะ นอกจากนี้ผู้ป่วยเบาหวานยังติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่ายกว่าปกติทำให้เกิดกรวยไตอักเสบได้ หากเป็นบ่อยๆ นานๆ เข้า ก็ทำให้ไตอักเสบไตวายแล้วยังมีผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูงตามมาด้วย
4. ความอ้วน เพราะคนอ้วนจะมีเมตาบอลิซึมสูงกว่าคนปกติ ทำให้เกิดของเสียต่างๆ มากขึ้น ดังนั้น ไตที่เป็นอวัยวะกรองของเสียก็จะทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย
5. อายุ เมื่อมีอายุมากขึ้น สังขารร่างกายก็ร่วงโรยไปตามวัยเช่นเดียวกับ ไตที่จะเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 35 ปี เท่ากับว่ายิ่งอายุมากขึ้นไตก็จะยิ่งเสื่อมตามอายุไปด้วยโดยเฉพาะผู้สูงอายุเพศชายมีโอกาสที่จะพบปัญหาต่อมลูกหมากโตสูงขึ้น ทำให้ทางเดินปัสสาวะอุดตันและส่งผลกระทบต่อไตได้
6. อาหาร อาหารบางชนิดที่หากรับประทานเข้าไปมากๆ จะยิ่งเป็นอันตรายต่อไต เช่น อาหารรสเค็มจัดที่จะไปทำให้ความดันโลหิตสูงแล้วส่งผลกระทบต่อไปที่ไต รวมทั้งอาหารกลุ่มโปรตีนที่มีงานวิจัยพบว่าเนื้อสัตว์บางชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกแปรรูปและใส่สารเคมีเพื่อให้เก็บได้นานขึ้นถือเป็นของเสียในร่างกาย หากทานเข้าไปมากๆ จะมีของเสียเหลือตกค้างในร่างกายมาก ทำให้ไตที่มีหน้าที่กรองของเสียทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นควรเลือกบริโภคโปรตีนจากเนื้อปลา หรือไข่ขาวเพราะเป็นโปรตีนคุณภาพสูงและย่อยง่าย
7. ยา ยาที่ไม่ส่งผลดีต่อไตนัก เช่น ยาแก้ข้อกระดูกอักเสบ (พวก NSAID) ที่ทำให้เกิดไตวายได้ รวมทั้งสารทึบรังสีบางชนิดที่ใช้ฉีดผู้ป่วยเวลาตรวจทางเอกซเรย์ก็มีผลให้ไตวายได้เช่นกัน ดังนั้นหากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง
8. อาชีพและอุบัติเหตุ คนที่มีอาชีพเสี่ยงเป็นโรคไตได้มากกว่าคนทั่วไป เช่น นักมวยที่อาจถูกเตะต่อยบริเวณไต รวมทั้งคนที่ทำงานในโรงงานก็อาจได้รับสารพิษสะสมในไตมาเป็นเวลานาน อาจมาจากทั้งจากการสูดดม และสัมผัส

ผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคไต
1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
2. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
3. ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
4. ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคไต
5. ผู้ป่วยโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
6. ผู้ที่มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ น้อยกว่า 2,500 กรัม
7. ผู้ป่วยโรคเนื้องอกในไต
8. ผู้ที่ได้รับสารพิษจากยาบางชนิด หรือสารแปลกปลอมอยู่เป็นประจำ หรือมากเกิน
9. ผู้ป่วยโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
10. ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง
จากปัจจัยเสี่ยงทั้ง 10 ข้อ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็น 2 โรคสำคัญที่นำไปสู่การเกิดโรคไตเรื้อรังได้บ่อยที่สุด

การตรวจเพื่อดูความผิดปกติของไต
1. ตรวจปัสสาวะ การตรวจปัสสาวะเป็นการตรวจขั้นต้นที่สำคัญในการวินิจฉัยโรคต่างๆ ของทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคนิ่ว โรคติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ กรวยไตอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และโรคไตอื่นๆ สิ่งที่ตรวจหาคือโปรตีนรั่วหรือไข่ขาวรั่ว เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค และนำปัสสาวะไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อส่องหาเม็ดเลือดแดง และตะกอนต่างๆ
2. ตรวจเลือด อาจพบมีระดับของเสียเพิ่มขึ้น เช่น ค่ายูเรียในรูปของ BUN (blood urea nitrogen : เป็นการวัดปริมาณไนโตรเจนที่พบในกระแสเลือด ตัวยูเรียนี้เป็นเศษของเหลือจากการเผาผลาญโปรตีนที่ตับ ซึ่งต้องถูกกำจัดทิ้งที่ไต หากไตไม่สามารถกำจัดของเสียหรือยูเรียได้ จะพบปริมาณไนโตรเจนในรูปของยูเรียมีปริมาณสูง ค่าปกติคือ 8-20 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) และครีอะตินีน (creatinine : ซึ่งแปลว่าเศษเหลือจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อ และถูกขับออกทางไต เมื่อไตเสื่อมจึงมีค่านี้สูง ค่าปกติในผู้ใหญ่ คือ 0.7-1.3 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) ซึ่งจะขึ้นกับ อายุ เพศ และน้ำหนัก ด้วย 
3. การตรวจทางรังสีหรืออัลตร้าซาวน์ เพื่อตรวจดูความผิดปกติของเนื้อไต ขนาดไต หรือดูการอุดกั้นในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น 
4. หาอัตราการกรองของไตโดยการคำนวณหาอัตราการกรองของไตในหนึ่งนาทีเรียกจีเอฟอาร์ (GFR : glomerular filtration rate) คืออัตราการไหลของเลือดผ่านตัวกรองของไตในหนึ่งนาที ค่านี้คำนวณจากค่าครีอะตินีนกับอายุ คนปกติค่า GFR เท่ากับ 125 มิลลิลิตรต่อนาที หมายถึงไตสามารถกรองได้ปริมาตร 125 มล./นาที เป็นตัวบอกระดับความรุนแรงของโรคไตเรื้อรัง ซึ่งแบ่งได้เป็น 5 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 GFR  ≥ 90 มล./นาที (ไตเริ่มเสื่อม แต่อัตราการกรองยังปกติดี)
ระยะที่ 2 GFR 60-89 มล./นาที (ไตเริ่มเสื่อม อัตราการกรองลดลงเล็กน้อย)
ระยะที่ 3 GFR 30-59 มล./นาที (อัตราการกรองลดลงปานกลาง)
ระยะที่ 4 GFR 15-29 มล./นาที (อัตราการกรองลดลงมาก)
ระยะที่ 5 GFR < 15 มล./นาที (ไตวาย ต้องฟอกไต)
สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป การตรวจเลือดอาจพบว่าค่า creatinine ปกติแต่ค่า GFR จะต่ำจึงอาจจะต้องตรวจด้วยการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจหา โปรตีน น้ำตาล เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว รั่วออกมากับปัสสาวะหรือไม่ มากหรือน้อยเพียงใด

รายงานการวิจัยถั่งเช่ากับโรคไต
ถั่งเช่าได้ถูกกล่าวขานมาแต่โบราณในด้านสรรพคุณที่สามารถบำรุงไต แต่การค้นพบในปัจจุบันมีกว้างขวางกว่านั้นมาก เพราะว่าถั่งเช่าช่วยให้ไตมีสุขภาพดีขึ้นได้ถึงแม้จะล้มเหลวไปแล้ว ในบรรดาอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ไตเป็นอวัยวะที่บ่งบอกถึงสุขภาพของร่างกายได้ดีหากไตเริ่มเสื่อมอาการที่แสดงออกมีมากมาย เช่น เหนื่อยล้าไม่มีแรง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ปวดข้อและหลัง อาการมีเสียงในหู เป็นต้น ถั่งเช่าสามารถช่วยรักษาสมดุลของไต ทำให้ไตมีสุขภาพดีได้ เนื่องจากช่วยเพิ่มระดับของ 17-hydroxy-corticosteroid และ 17-ketosteroid (Zhu และคณะ 1998) ถั่งเช่าได้ถูกนำมาใช้สำหรับการรักษาโรคไตต่างๆ เช่น โรคไตอักเสบเรื้อรัง กรวยไตอักเสบเรื้อรัง ความผิดปกติของไตเรื้อรังหรือไตล้มเหลว และโรคเนฟริติก (nephritic syndrome เป็นโรคไตอักเสบชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ร่างกายมีการสูญเสียโปรตีนออกมาทางปัสสาวะ เนื่องจากความผิดปกติของกรวยไต ผู้ป่วยจะมีอาการบวมทั้งตัวแต่ไม่มีไข้) (Feng และคณะ 2008)

ภาวะไตวายเรื้อรังเป็นโรคร้ายแรงโรคหนึ่งซึ่งมักพบในคนสูงวัย ในการศึกษาให้คนที่มีปัญหาไตวายเรื้อรังจำนวน 51 คน รับประทานถั่งเช่า 3-5 กรัมต่อวัน พบว่าการทำงานของไตดีขึ้น ภูมิคุ้มกันโดยรวมของคนไข้ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ทานถั่งเช่า (Guan และคณะ 1992)

คนไข้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังหรือไตเสื่อมมักมีปัญหาที่ตามมาคือ ความดันโลหิตสูง โปรตีนสูงในปัสสาวะและโลหิตจาง จากการศึกษาให้คนที่มีปัญหาไตวายเรื้อรัง รับประทานถั่งเช่าเป็นเวลา 1 เดือน พบว่าความดันโลหิตลดลง 15% อาการของโปรตีนสูงในปัสสาวะลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของเอนไซม์ SOD (superoxide dismutase) การเพิ่มขึ้นของเอนไซม์ SOD มักพบควบคู่กับการลดลงของ serum lipoperoxide ซึ่งบ่งบอกถึงการเพิ่มขึ้นของสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการถูกทำลายของเซลล์ไต (Jiang และ Gao 1995)

อีกการทดลองหนึ่งได้ทำในโรงพยาบาลกับคนไข้ 57 คน ที่ไตบกพร่องจากการได้รับยาปฏิชีวนะเจ็นต้าไมซิน (gentamicin) โดยให้คนไข้รับประทานถั่งเช่า 4.5 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 6 วัน เปรียบเทียบกับวิธีอื่นๆ กลุ่มทดลองที่ได้รับประทานถั่งเช่ามีการทำงานของไตดีขึ้นถึง 89% ของการทำงานที่เป็นปกติ ขณะที่กลุ่มควบคุม (ไม่ได้รับถั่งเช่า) มีอาการดีขึ้น 45% ของการทำงานที่เป็นปกติและระยะเวลาที่ไตทำงานได้ดีขึ้นก็เร็วกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นี่เป็นเพียง 2-3 ตัวอย่างจากการทดลองมากมาย ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่าถั่งเช่าช่วยดำรงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดีของไต ทำให้ไตที่เป็นโรคหรือถูกทำลายกลับมาทำงานได้ดีขึ้นมาก

ถั่งเช่ายังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์ดีเอ็นเอในเซลล์เยื่อบุผิวรูปทรงสูงของท่อไตในหนูทดลอง (Tian และคณะ 1991) และยังช่วยปกป้องเซลล์ที่เป็นหน่วยย่อยของท่อขดส่วนต้น จากพิษของยาปฏิชีวนะเจ็นตาไมซิน กลไกที่เกิดขึ้นคือช่วยการป้องกันการดูดกลับเกลือโซเดียมคลอไรด์และสารอาหารบางชนิด เช่น กรดอะมิโนและกลูโคส ช่วยลดการเกิด lipid peroxidation (คือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อ อนุมูลอิสระทำปฏิกิริยากับกรดไขมันไม่อิ่มตัวในผนังเซลล์เกิดเป็น lipid peroxide ซึ่งจะเคลื่อนย้ายตัวเองออกจากชั้นในของเยื่อหุ้มเซลล์ขึ้นมาอยู่บนผิวของเยื่อหุ้มเซลล์และเกิดการทำลายเยื่อหุ้มเซลล์) (Zhen และคณะ 1992 ; Li และคณะ 1996) ถั่งเช่ายังปกป้องไตของหนูทดลองที่ถูกชักนำจากยาไซโคลสปอริน (cyclosporin) ให้เกิดโรคไตวายเฉียบพลัน (ยาที่ถูกนำมาใช้กดภูมิคุ้มกันฯ ในการปลูกถ่ายอวัยวะ เพื่อป้องกันการปฏิเสธสิ่งปลูกถ่ายในผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ) ทำให้ไตของหนูทดลองมีการกรองของเสียที่ดีขึ้นและลดความเสียหายของไต (Zhao และ Li 1993) ซึ่งสอดคล้องในผู้รับการปลูกถ่ายไตที่ทดลองโดย Xu และคณะ (1995) ในปี ค.ศ. 1994 Bao และคณะ ได้รายงานผลการทดลองว่าถั่งเช่าช่วยป้องกันไตของผู้ป่วยที่ถูกทำลายจากความเป็นพิษของยา amikacin sulphate โดยตรวจเช็คจากค่าเอนไซม์ nephroaminoglycosidase และ macroglobulin ในปัสสาวะ

สารสกัดถั่งเช่าช่วยปรับปรุงให้การทำงานของไตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญผ่านทางกิจกรรมช่วยทำให้เซลล์แข็งแรงไม่เสื่อมสภาพง่ายและต้านการอักเสบ ซึ่งเป็นผลจากการผ่าตัดเปลี่ยนไตในหนูซึ่งผ่านการขาดเลือด 60 นาทีและเกิดความเสียหายของเนื้อเยื่อจากการขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอต่ออีก 3 วัน (Shahed และคณะ 2001) อีกกลไกหนึ่งที่ถั่งเช่าช่วยปกป้องไตมาจากผลการยับยั้งต่อการเพิ่มจำนวนเซลล์ mesangial (ต่อมน้ำเหลืองบริเวณ glomerulus บริเวณที่กรองเลือดขั้นแรก อยู่ที่จุดเริ่มต้นของหน่วยไต) หากเส้นโลหิตที่ไตตีบจะทำให้เกิดการเพิ่มของเซลล์ mesangial ที่จะส่งผลให้คุณสมบัติของความเป็นเซลล์กล้ามเนื้อเรียบถูกขัดขวางจากการทดลองใช้ถั่งเช่าที่ความเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ทำให้เซลล์ mesangial ในมนุษย์ที่กระตุ้นด้วย LDL (low-density lipoprotein) เพื่อให้เซลล์เพิ่มขนาด มีขนาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (Wu และคณะ 2000) ทำให้เป็นอันตรายต่อไตน้อยลง นอกจากนี้ถั่งเช่ายังสามารถปกป้องไตจากยา cyclosporine A – ที่เหนี่ยวนำให้เกิดพิษต่อไตเรื้อรัง โดยการช่วยลดค่ายูเรียไนโตรเจนในเลือดให้ต่ำลง (BUN) ลดอาการบวมน้ำ และลดการเกิดพังผืด และลดการตายเฉพาะส่วนของเซลล์ไต (Wojcikowski และคณะ 2006)

นอกจากนี้สารสกัดโดยใช้น้ำของถั่งเช่ายังช่วยในการลดกิจกรรมการทำงานของเอนไซม์ที่มากเกินไปในเซลล์ท่อไต (Ng และ Wang 2005; Li และ Yang 2008a) และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันระดับเซลล์ในหนูที่มีปัญหาไตวายเรื้อรังด้วย (Cheng 1992)

การทดลองทางการแพทย์ได้แสดงให้เห็นหลักฐานบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ถั่งเช่าเป็นยาป้องกันและรักษาไต (Wojcikowski และคณะ 2004, 2006) ตัวอย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยถั่งเช่าช่วยให้คนที่ได้รับการปลูกถ่ายไตมีอาการดีขึ้นจากการที่ร่างกายปฏิเสธการปลูกถ่ายไต การทำงานของไตและตับดีขึ้นควบคุมมิให้โปรตีนในเลือดต่ำและไขมันในเลือดสูง การกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดที่ไขสันหลังและลดการติดเชื้อในผู้ป่วยหลังการปลูกถ่ายไต (Sun และคณะ 2004; Li และคณะ 2009) ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรังที่บริโภคผลิตภัณฑ์ถั่งเช่ามีการทำงานของไตดีขึ้น มีค่า BUN และ creatinine ลดลง ขณะที่ค่าโปรตีนในเลือดและแคลเซียมเพิ่มขึ้น (Feng และคณะ 2008)

ภาวะไตอักเสบยังพบได้บ่อยในโรคลูปัส 

ผลของถั่งเช่าต่อคนไข้ที่ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ
มีการศึกษาในคนไข้ที่เป็นโรคไต 69 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม พบว่ากลุ่มที่รับประทานถั่งเช่า 3 กรัมต่อวันร่วมกับยา cyclosporin (เป็นยาที่สกัดจากเชื้อรา Tolypocladium ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งใช้เป็นยาสำหรับป้องกันการปฏิเสธอวัยวะใหม่) เป็นเวลา 15 วัน ปรากฏว่าไตเสียหายน้อยกว่ากลุ่มที่รับเฉพาะยา cyclosporin ซึ่งวัดได้จากค่า NAS ในปัสสาวะ คลีเอตินิน (creatinine) และยูเรีย ไนโตรเจนในเลือด (Xu และคณะ 1995)

ที่มา : หนังสือถั่งเช่า สุดยอดยาอายุวัฒนะ
ปรึกษาขนาดการรับประทานถั่งเช่าคอร์ดี้ไทย CORDYTHAI
โทร : 089-770-4429
084-109-5666
line @cordythaishop    Add Friends